วันนี้นำพาตำนานที่น่าสะพรึงกลัวมาเล่าให้เพื่อนๆ ฟังกันจ้ะ บรึ๋ย!!!!


จะเป็นอย่างไรบ้างนั้นไปติดตามชมกันเลยจ้ะ

>,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,< 



ผีกองกอย เสียงร้องในไพร


กองกอย 
เป็นผีป่าชนิดหนึ่ง (ผีไพร) ลักษณะรูปร่างจะเป็นผีที่มีขาข้างเดียว มีปากเป็นท่อเหมือนแมลงวัน เวลาไปไหนมาไหนจะกระโดดไปด้วยขาข้างเดียว และส่งเสียงร้องว่า ” กองกอย ๆ ” อันเป็นที่มาของชื่อ เชื่อว่ามีหน้าตาคล้ายลิงหรือค่าง บ้างเรียกว่า ผีโป่ง หรือผีโบ่งขาม สันนิษฐานว่า ความเชื่อเรื่องผีโป่ง ก็คือ ค่างแก่ที่หน้าตาน่าเกลียดไม่สามารถขึ้นต้นไม้ได้ มีความเชื่อของคนบางกลุ่มว่า ถ้าได้ดื่มเลือดค่างจะทำให้ร่างกายคงกระพันเป็นอมตะ เจ้าย่องตอดในวรรณคดีพระอภัยมณีเชื่อว่า ก็คือ ผีกองกอย นั่นเอง


เชื่อว่า ผีกองกอย จะดูดเลือดจากหัวแม่เท้าของคนค้างแรมในป่า วิธีการป้องกันคือ ให้นอนไขว้ขาหรือชิดเท้ากันทั้งสองข้าง


เป็นที่น่าสังเกตว่า ผีลักษณะแบบเดียวกับผีกองกอย มีความเชื่อกระจายทั่วไป ไม่เฉพาะในไทย ในมาเลเซียเชื่อว่า มีคนป่าเผ่าหนึ่งมีขาข้างเดียว ไม่มีสะบ้าหัวเข่า ที่จีนก็มีความเชื่อว่า มีปีศาจชนิดหนึ่งอาศัยอยู่ตามภูเขา มีขาเดียว ตัวเล็ก แต่ผมยาว ตาโต หูแหลม มักขโมยอาหารหรือสิ่งของของคนเดินทาง เมื่อถึงวันตรุษก็มักเข้ามาอาละวาดในหมู่บ้าน เชื่อว่านำมาซึ่งความอัปมงคล และใครจับต้องตัวมันจะเผชิญกับโชคร้ายหรือเจ็บไข้ได้ป่วย หรือ แม้แต่ผีขาเดียว ที่ไปไหนมาไหนด้วยวิธีการกระโดด ของยุโรปก็มี


ภาคเหนือมีผีชนิดหนึ่ง เรียกว่า ผีโป๊กกะโหล้ง สันนิษฐานว่า เป็นผีโป่งชนิดหนึ่ง เพราะมีลักษณะคล้ายกันคือ มีขาเดียว วิ่งไวเหมือนลมพัด แต่ผีชนิดนี้มีความแปลกอยู่บ้างตรงที่ไม่เคยดูดเลือดคนที่เดินป่า แต่ชอบบังตาคนเล่น ผีชนิดนี้มีเสียงร้องประจำตัวคือ โป๊กๆๆ กะโหล้ง โป๊กๆๆๆ กะโหล้ง เป็นลักษณะประจำตัว นิสัยประจำตัวอีกอย่างของผีชนิดนี้คือ หากมีคนตะโกนเรียกกันในป่า มันจะเลียนเสียง ทำให้คนที่ตะโกนรับหลงทางเดินห่างออกไปเรื่อยๆ ดังนั้นคนเฒ่าคนแก่ถึงได้ห้ามตะโกนในป่า เพราะผีโป๊กกะโหล้งจะเลียนเสียงทำให้หลงป่าได้.


ผีพราย ภูติแม่น้ำ


ผีพราย 
ส่วนใหญ่มีถิ่นที่อยู่อยู่ในน้ำมากกว่าบนบก พราย เชื่อกันว่าเป็นจิตวิญญาณชนิดหนึ่งที่มีขนาดเล็กสุด (ลำดับของดวงจิตวิญญาณที่สามารถปรากฏให้รับรู้ได้ คือ พราย ภูติ ผี ปีศาจ)ส่วนใหญ่มักมีที่มาจากการหมักหมมของซากพืชหรือสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กๆดวงจิตวิญญาณนี้มักแสดงตน(มีลักษณะเป็นดวงไฟเรืองแสง)เพื่อหาสถานะที่อยู่โดยเข้าทดแทนในบางส่วนของร่างมนุษย์ สัตว์ซึ่งถือว่าดีกว่าสถานะเดิม(สิงสู่)ด้วยการหลอกล่อให้ยอมรับ ลุ่มหลง


ผีพรายส่วนมากจึงมักปรากฏร่างเป็นผู้หญิง นางไม้ บางทีก็จัดเข้าพวกผีพรายได้เช่นกัน เช่น พรายตะเคียน พรายตานี เป็นต้น หรือแม้แต่ผีทะเล หรือผีน้ำ ก็จัดเป็นพรายด้วยเช่นกัน เช่น พรายทะเล พรายน้ำ แต่ว่าพรายน้ำที่เป็นฟองผุดๆ ขึ้นจากน้ำนั้น เป็นคนละอย่างกัน


นอกจากนี้ ในเรื่อง ขุนช้างขุนแผน ยังปรากฏผีพรายด้วย คือโหงพราย แต่ในเรื่องขุนช้างขุนแผน คาดว่าน่าจะเป็นผีผู้ชายมากกว่า


นางกวัก


นางกวัก  
คือรูปปั้นที่ไว้กราบไว้บูชาเพื่อให้การค้าเจริญ มักวางไว้หน้าร้าน เพื่อเรียกลูกค้า นางกวักชื่อจริงว่า สุภาวดี บิดาชื่อ สุจิตพราหมณ์ มารดาชื่อ สุมณฑา เกิดที่เมืองมัจฉิกาสัณฑ์ (อยู่ห่างไม่ไกลจากเมืองสาวัตถี) มีครอบครัวประกอบอาชีพทำมาค้าขาย ต่อมาสุจิตตพราหมณ์ผู้เป็นพ่อ ได้ขยายกิจการซื้อเกวียนมา 1 เล่ม นำสินค้าไปเร่ขายในต่างถิ่น บางครั้งบุตรสาวขออนุญาตเดินทางไปด้วย เพื่อเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ ระหว่างการค้าขาย


สุภาวดีได้มีโอกาสพบกับ “พระกัสสปเถระเจ้า” เป็นอริยสงฆ์แสดงธรรม หลังจากสุภาวดีฟังธรรมเทศนาอย่างตั้งใจแล้ว พระกัสสปเถระเจ้าได้กำหนดจิตเป็นอำนาจจิตพระอรหันต์ ประสิทธิ์ประสาทพรให้สุภาวดีและครอบครัว โดยได้ตั้งกุศลจิตประสาทพรเช่นนี้ทุกครั้งที่สุภาวดีมีโอกาสไปฟังจนจบอำลากลับ ต่อมา สุภาวดีได้เดินทางติดตามบิดาไปทำการค้า และมีโอกาสฟังธรรมพระอริยสงฆ์อีกท่านหนึ่ง นามว่า “พระสิวลีเถระเจ้า” สุภาวดีได้ฟังธรรมอย่างตั้งใจ สุภาวดีจึงมีความรู้แตกฉานในหลักธรรมต่างๆ เป็นอันมาก พระสิวลีเป็นผู้มีชีวิตอัศจรรย์กว่าพระสงฆ์อื่น คือ ท่านอยู่ในครรภ์มารดานานถึง 7 ปี 7 เดือน จึงคลอดออกมา พร้อมด้วยวาสนา บารมี ที่ติดกับวิญญาณธาตุของท่าน ท่านจึงเป็นผู้มีลาภสักการบูชามาหาท่านตลอด เมื่อถึงคราวจำเป็นและต้องการ ทุกครั้งที่สุภาวดีได้ฟังธรรมและลากลับ พระสิวลีเถระเจ้าได้กำหนดกุศลจิต ประสาทพรให้สุภาวดีและครอบครัว เช่นเดียวกัน จิตของสุภาวดีจึงได้รับประสาทพรจากพระอรหันต์ถึงสององค์ ส่งผลให้บิดาทำการค้าได้กำไรไม่เคยขาดทุน


นางได้รับพรว่า “ขอให้เจริญรุ่งเรืองไพบูลย์ด้วยทรัพย์สินเงินทอง จากการค้าขายสินค้าต่างๆสมความปรารถนาเถิด”


บิดารู้ว่าสุภาวดีคือผู้ที่เป็นสิริมงคลที่แท้จริง เป็นที่ไหลมาแห่งทรัพย์สมบัติของครอบครัว ครอบครัวร่ำรวยขึ้นเป็นมหาเศรษฐีมีเงินทองและกองเกวียนสินค้ามากมาย เทียบได้กับธนัญชัยเศรษฐี บิดาของวิสาขาแห่งแคว้นโกศล บิดาของสุภาวดีได้ฟังธรรมพระพุทธเจ้า ปฏิบัติธรรมด้วยความศรัทธา เมื่อนางสิ้นชีวิตแล้ว ชาวบ้านจึงปั้นรูปแม่นางสุภาวดีไว้บูชา ขอให้การค้ารุ่งเรือง และความเชื่อดังกล่าวนี้ ก็แพร่หลายเข้ามายังสุวรรณภูมิ จากการเผยแพร่ของพราหมณ์ และยังคงเป็นความเชื่อที่สืบมาจนถึงทุกวันนี้


ผีถ้วยแก้ว การะเล่นสื่อวิญญาณ


ผีถ้วยแก้ว 
เป็นการละเล่นโบราณอย่างหนึ่งตามความเชื่อส่วนบุคคล โดยเชื่อว่าเป็นการอัญเชิญวิญญาณ (หรือผี) มาสถิตในถ้วยแก้ว แล้วสอบถามเรื่องราวต่างๆ กับวิญญาณนั้นตามแต่จุดประสงค์ของผู้เล่น ผู้เล่นจะทราบคำตอบของคำถาม จากการเคลื่อนที่ของถ้วยแก้วไปบนตัวอักษรที่เขียนเอาไว้บนแผ่นกระดาษ


เป็นการสื่อสาร ติดต่อ วิญญาณระหว่างมนุษย์วิญญาณเรื่องราวศาสตร์เร้นลับที่มนุษย์พยายามค้นหาเรื่องผีถ้วยแก้วนี้ท่านอาจเคยได้ยินมาแล้วหรืออาจจะเคยร่วมเล่นมาแล้วก็ได้เพราะเป็นที่นิยมเล่นกันในหมู่เด็กและผู้ใหญ่มานานแล้วที่เรียกว่าเล่นก็เพราะระหว่างดำเนินการนั้นเต็มไปด้วยความครื้นเครงนับว่าเป็นการกล้าเผชิญหน้ากับ”ผี; quot;อย่างองอาจและเป็นมิตรมาทีเดียวดพราะตามปกติแล้วไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่เป็นต้อง


ขยาดผีจนขนหัวลุกเคยถามไถ่เรื่องผีถ้วยแก้วกับเกจิอาจารย์ท่านหนึ่งว่า”ผี” หรือ “วิญญาณ” ที่เข้ามาสิงอยู่ในถ้วยแก้วนั้น”จริง” หรือ “เท็จ” ท่านบอกว่า “จริง” แต่วิญญาณของผีเร่ร่อน เพราะฉะนั้นในบางคราวจึงทำนายทายทักอะไรไมค่อยตรง ไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราว บางทีเชิญวิญญาณหนึ่ง แต่อีกวิญญาณหนึ่งกลับรีบสวมรอยมาแทนก็มีพึงสังวรณ์ไว้ว่า การเรียกดวงจิต วิญญาณ การสื่อสารก็เหมือนกับการที่เราโทรศัพท์ไปหาใครสักคนหรือไปเคาะประตูบ้านใครสักคน ถ้าเจ้าของอยู่หรือต้นสายปลายทางอยู่แน่นอนย่อมมีการรับสายหรือเปิดประตูออกมาต้อนรั


บพร้อมที่จะยอมสนทนาด้วยอย่างแน่นอน และเมื่อกระทำด้วยความบริสุทธิ์ด้วยแล้วก็น่าจะเป็นสิ่งที่น่ายินดี และน่าสนุกไปกับการสื่อสารอันอัศจรรย์นี้ด้วย


ข้อควรระวัง!!


การเล่นผีถ้วยแก้วพึงระวังและสำเหนียกอยู่เสมอว่า เมื่อตัดสินใจที่จะเล่นสื่อสารกับวิญญาณบางสิ่งที่มองไม่เห็นตัวแล้วนั้นต้องระมัดระ


วังให้ดี ผู้เล่นควรจะเป็นผู้ที่มีสุขภาพดีและมีจิตแน่วแน่ในการที่จะเรียนรู้และสื่อสารอย่าง


บริสุทธิ์ใจอย่าให้ถ้วยแก้วเปิดก่อนจบการเล่น เพราะเชื่อถือกันว่าวิญญาณจะอยู่ในถ้วยแก้วนั้นจนกว่า จะจบการเล่น ทั้งนี้และทั้งนั้นเมื่อวิญญาณที่ออกจากถ้วยแก้วไปแล้วอาจมีใจอยากติดต่อสื่อสารกลับ


มาบ้างหรอืออาจมีมิตรใจที่ไปเยี่ยมเยือนเพื่อนสนิทที่ร่วมคุยร่วงสนทนานั้นบ้าง ผู้เล่นก็ควรจะเตรียมพร้อมและทำใจเพราะของอย่างนี้มันแล้วแต่กรณี


วิธีการเล่นผีถ้วยแก้ว โดยสังเขป


อุปกรณ์


กระดาษขาวสำหรับเขียนตารางตัวอักษร


ถ้วยแก้วขนาดเล็ก


ธูป เทียน


เครื่องเซ็น


วิธีเล่น


จุดธูปเชิญวิญญาณ


นำถ้วยแก้วใส่ควันธูปและปิดให้สนิท นำมาคว่ำลงบนแผ่นกระดาษ


ตั้งจิตอธิฐานและสมาธิให้แน่วแน่


ใช้นิ้วแตะขอบถ้วยแก้วเพียงเบา ๆ


ถามไถ่และดูการขยับ เคลื่อนไหวของถ้วยแก้ว


พูดคุยและถามไถ่


เชิญวิญญาณออกจากถ้วย


ข้อควรระวัง


อย่าให้ควันออกจากถ้วยแก้ว


อย่าเปิดถ้วยแก้วให้ขณะที่เล่น


ตั้งจิต สมาธิให้แน่วแน่และสำรวมด้วยความบริสุทธิ์ใจ

หมายเหตุ


เตรียมตัวและทำใจให้พร้อมกับการที่ต้องพบเจอเหตุการณ์ในทุกสภาวะรูปแบบคนจิตอ่อนขวัญ


ผีทะเล 
เชื่อกันว่าเป็นวิญญาณของคนที่ตายในทะเล ผีทะเลปรากฏให้เห็นในหลายลักษณะ อาจจะมาเป็นรูปลักษณ์ของคนเดินลากปลาตัวใหญ่ขึ้นมาจากทะเลในตอนกลางคืนบ้าง (ถูกปลากินตาย) หรือขึ้นมาบนเรือในยามกลางคืนขณะที่ชาวประมงออกเรือหาปลาบ้าง ผีทะเลที่ขึ้นบนเรือนี้ มักจะมาในลักษณะเป็นดวงไฟสว่างอยู่บนเสากระโดงเรือ และชาวประมงเชื่อกันว่าถ้าผีทะเลได้ไต่ขึ้นเกาะบนเสากระโดงเรือแล้ว จะทำให้เรือลำนั้นอัปปางลง


ปรากฏการณ์ผีทะเลอย่างหลังนี้ ชาวตะวันตกเรียกว่า เปลวเพลิงแห่งเซนต์เอลโม (St. Elmo’s Fire) เป็นปรากฏการณ์ที่ไฟฟ้าสถิตย์ในอากาศไหลลงสู่ที่ต่ำโดยผ่านวัตถุต่างๆ เช่นเสากระโดงเรือ มักจะเกิดในวันที่มีพายุฝนฟ้าคะนอง


ในวรรณคดีไทยเอง ก็มีการกล่าวถึงผีทะเลเอาไว้เช่นกัน ก็คือ “นางผีเสื้อสมุทร” ในวรรณคดีเรื่อง “พระอภัยมณี” ของกวีเอกแห่งสยาม สุนทรภู่ นั่นเอง ซึ่งนางผีเสื้อสมุทรเป็นยักษ์ที่มีอิทธิฤทธิ์อำนาจมากมาย และเป็นใหญ่ที่สุดในบรรดาภูตผีทั้งมวลที่สิงสู่อยู่ในท้องทะเล


ในปัจจุบัน คำว่าผีทะเลยังใช้เป็นคำด่าหรือคำตำหนิได้ด้วย แต่จะออกแนวน่ารักเสียเป็นส่วนมาก เช่นผู้ชายที่เจ้าชู้ ทำรุ่มร่ามกับผู้หญิง อาจถูกด่าว่า “คนผีทะเล”


ผีตายทั้งกลม ผีแม่ลูก


ผีตายทั้งกลม 
คือเป็นผีไทยลักษณะหนึ่ง โดยผู้หญิงที่ตายขณะออกลูก เป็นการตายโหงอีกรูปแบบหนึ่ง นางนาค หรือแม่นาคพระโขนงก็เป็นผีตายทั้งกลมเช่นกัน ผีตายทั้งกลมจะสำแดงอาการหลอกหลอนคนในรูปแบบต่างๆ เช่น ถ้าใครเดินผ่านบ้านที่มีหญิงตายทั้งกลมในยามค่ำคืน จะได้ยินเสียงกลอ่มเด็กดังวังเวงมาจากในบ้านที่มีหญิงตายทั้งกลมนั้น หรือหนักหน่อยอาจจะมีคนเห็นเปลเด็กผูกอยู่บนคบไม้สูง โดยมีผีตายทั้งกลมนั่งกล่อมลูกอยู่ข้างล่าง ส่วนมือยืดยาวขึ้นไปบนคบไม้ ไกวเปลให้ลูก


คำว่าตายทั้งกลม สันนิษฐานว่าน่าจะมาจากคำว่า ตายทั้งกม ซึ่ง กม เป็นภาษาเขมร แปลว่า ทั้งหมด คือหมายถึงตายหมดทั้งแม่ทั้งลูกนั่นเอง


เป็นอันว่า ผีตายท้องกลม หรือ ตายทั้งกลม มีเฉพาะเพศหญิงเท่านั้น เพราะชื่อนี้หมายถึงผีที่แม่ตายไปพร้อมกับเด็กหรือลูกในท้อง หากคลอดออกมาแล้วแม่ตายแต่เด็กรอด หรือเด็กตายแต่แม่รอด อย่างนี้เรียกผีอย่างอื่น ถ้าเรียกว่าผีตายทั้งกลมแสดงว่าเรียกผิด….บางตำราบอก ที่ถูกต้องควรเรียกว่า ผีตายทั้งกม เพราะคำว่า กม เป็นคำไทยโบราณเก่าแก่ มีหลักฐานในศิลาจารึกสุโขทัยหลักที่หนึ่ง และก็ มีใช้ในหนังสือไตรภูมิพระร่วง คือ คำว่า “กม” แปลว่า “ทั้งหมด” ตายทั้งกมก็แปลว่า ตายทั้งหมด หรือตายหมดทั้งแม่ทั้งลูกที่อยู่ในท้องนั่นเอง


คงไม่ต้องกล่าวประวัติอะไรมาก เพราะผีตายทั้งกลมนั้นจะเหมือนๆกันหมด คือเมื่อหญิงสาวแต่งงานหรือมีสามีไปแล้วหากปกติด้วยกันทั้งสองคนฝ่ายหญิงก็ จะตั้ งครรภ์แต่เกิดอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์อะไรบางอย่าง ที่ทำให้ต้องเสียชีวิตทั้งแม่และลูก โดยที่ทารกนั้นยังอยู่ในครรภ์ ชาวบ้านร้านตลาดโดยทั่วไปก็พากันเรีย กว่า ผีตายทั้งกลมสำหรับผีตายทั้งกลมที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วประเทศ จนบรรดาผู้เขียนหนังสือและสร้างหนังเอามาเป็นตัวเอกร่ำรวยกันนักต่อนักแล้ว เห็นจะไ ม่มีใครเกิน แม่นาคหรือย่านาคพระโขนง พอพูดถึงก็ชักขนหัวลุกซะแล้ว ประวัติของแม่นาคนั้นมีความเป็นมาค่อนข้าง พิศดารและน่ากลัวอย่าบอกใครเอาไว้จะเขียนถึงโดยเฉพาะตอนต่อไป


แน่นอน….เป็นอันรู้กันอยู่แล้ว ว่าคือผีผู้หญิงมีครรภ์ที่เสียชีวิตพร้อมกันทั้งแม่ทั้งลูกที่อยู่ในท้อง ซึ่งผีประเพศนี้พวกพ่อมดหมอผีที่หากินในทางทำเสน่ห์หรือน้ำมั นพรายชอบนักชอบหนา พวกที่เรียนทางด้านไสยศาสตร์หรือมนต์ดำ พอรู้ว่าที่ไหนมีผีตายทั้งกลมล่ะก็ จะต้องตระเตรียมข้าวของเครื่องใช้ในพิธี จัดการหาลูกศิ ษย์หรือสมัครพรรคพวกพากันไปที่ป่าช้าขุดศพขึ้นมาจากหลุมเพื่อใช้เทียนลนคางผีตายทั้งกลม เอาน้ำเหลืองมาปลุกเสกทำน้ำมันพราย


อันว่าน้ำมันพรายนั้นไม่ต้องพูดถึง สรรพคุณยอดเยี่ยมกระเทียมเจียว ยิ่งนักหนุ่มใดมีไว้ครอบครองซักขวดเล็กๆ เท่าขวดยานัดถุ์หมอมีหรือหมอชิต เวลาเจอสาวคนไหนชอบอกชอบใจ หรือสาวที่หมายปองเอาไว้แล้วหล่อนไม่เล่นด้วย ก็ไม่ ต้องตามจีบตามตื้อให้เสียเวลา เหยาะน้ำมันพรายใส่นิ้วสักหยดสองหยด ดีดหรือป้ายให้ถูกตัวสาวเจ้าหล่อนจะเคลิบเคลิ้มหลงใหลมีใจเสน่หาตามมาถึง บ้านทันที แต่ท่านผู้รู้เคยบอกไว้ว่า หากสาวคนไหนถูกน้ำมันพรายจะกลายเป็นคนบ้าใบ้ไม่มีสติเสียผู้เสียคนไปเลยก็มี ฉะนั้นใครที่ไม่อยากสร้างบาปกลัวกรรมก็อย่าริเป็ นอันขาด มิหนำซ้ำหากไปขุดศพหรือทำอันตรายอันใดกับศพแล้วญาติๆ เขามาพบเข้า โดนเหยียบอย่างไม่มีปัญหา และเมื่อส่งถึงตำรวจก็ไม่ต้องสงสัยติดคุกแน่นอนแล้วก็นอนแน่ คือได้นอนในตารางแน่ๆ


ผีตายทั้งกลมกินเครื่องเซ่นหรืออาหารจากที่ญาติๆนำไปทำบุญถวายพระแล้วกรวด น้ำอุทิศส่วนกุศลให้เหมือนผีธรรมดาทั่วไป ข่าวกรองไม่ได้บอกว่าต้องการนมกระป๋องเอาไว้เลี้ยงลูกด้วยหรือไม่ การออกหากินก็ไม่ต้อง หรือส่วนใหญ่จะออกไปหลอกหลอนสร้างความหวาดผวาขนหัวลุกซะล่ะมากกว่า


ผีตายทั้งกลมแม้จะค่อนข้างดุและน่ากลัว แต่ก็กลัวพระ กลัวเครื่องรางของขลังกลั วคนหลายใจ กลัวเถ้าแชร์หนีเหมือนผีทั้งหลายนั่นแหละ ถ้าอยู่บ้านตามประสาไม่แส่หาเรื่องเช่น ไปขุดหลุมเอาศพเขาขึ้นมาเพื่อลนน้ำมันพราย คุณเธอคงไม่มา ยุ่มย่ามด้วย เคยมีคนเล่าว่า….โดนผีตายทั้งกลมหลอก โดยมานั่งอยู่บนต้นไม้ ผูกเปลเห่กล่อมลูกตอนกลางคืน เฮ่อ….เฮ่อ….น่ากลัวชะมัด สำหรับวิธีจัดการ หากว่ามีผีตายทั้งกลม เฮี้ยนๆ ออกมาอาละวาดหลอกหลอน ก็ต้องพึ่งหมอผีหรือพระอาจารย์ผู้มีวิชาอาคมแก่กล้า


ผีชนิดที่ไม่ต้องถ่ายทอดหรือรักษาเผ่าพันธุ์อะไร ลองมีใครคลอดลูกไม่ออก หรือเสียชีวิตขณะตั้งครรภ์ตายทั้งกลมโดยปริยาย พวกสาวเปรี้ยวที่ไม่ค่อยระมัดระวังจนท้องโย้แล้วไปรีดลูกจนเกิดการเสียชีวิต จัดเข้าในผีจำพวกนี้ด้วยหรือไม่ก็ไม่แน่ใจนัก….แต่คิดว่าคงไม่


ส่วนผีตายทั้งกลมจะเป็นผีสาว หรืออยู่ในวัยเจริญพันธุ์เพราะพ้นวัยนี้ไปแล้วก็คงไม่มีโอกาสตั้งท้องหรือมี ครรภ์ จึงไม่มีทางที่จะตายพร้อมกับลูกในท้องแต่พวก ที่ปล่อยเนื้อปล่อยตัวจนลงพุงหรือไขมันท่วมสะดือตายไม่ถือเป็นผีตายทั้งกลม แต่อย่างใดแม้หุ่นจะเหมือนพะโล้หรือพุงอืดแบบแม่หมูพันธุ์เนื้อก็ตามที แต่น่าจะเรียกว่าผีตายท้องโย้หรือผีหมูสามชั้นซะล่ะมากกว่า


ผีตายโหง ต้นเหตุวิญญาณอาฆาต

ผีตายโหง 
คือคนที่เสียชีวิตอย่างปัจจุบันทันด่วน แบบไม่ธรรมดาตามธรรมชาติ เช่น ถูกยิง จมน้ำ รถชน ฆ่าตัวตาย เป็นต้น สำหรับการตายทั้งกลมก็ถือว่าเป็นการตายแบบตายโหงเช่นกัน

ผีตายโหงจะเป็นผีที่จิตตก เนื่องจากจิตสุดท้ายก่อนตายอารมณ์ยังติดอยู่กับความหวาดกลัว ความตกใจ ความอาฆาตแค้น ความอาลัยอาวรณ์ ตายทั้งที่ยังทำใจไม่ได้ วิญญาณจึงติดอยู่ในบ่วงแห่งอารมณ์ต่างๆ เหล่านั้น ไม่สงบสุข เป็นวิญญาณทรมาน ไม่ยอมรับสภาพปัจจุบันของตัวเอง เลยยังคงเที่ยวปรากฏกายให้คนได้พบได้เห็น ยิ่งถ้าเป็นผีตายโหงที่ตายขณะยังมีความอาฆาตพยาบาทจะมีความดุร้ายเป็นพิเศษ

ผีตายโหงมักสิงสถิตอยู่กับที่ที่ตัวเองตาย (เช่น ผีเฝ้าถนน ตามโค้งร้อยศพ เป็นต้น) เมื่อมีคนมาตายแทนจึงจะไปผุดไปเกิดได้

เรื่องของโค้งร้อยศพนี้ สามารถสันนิษฐานได้ถึงปรากฏการณ์ของความคำนึงอันแรงกล้าที่หลงเหลืออยู่ ยกตัวอย่างเช่น ถ้ามีใครสักคนนั่งอยู่ที่เก้าอี้ตัวหนึ่ง และรู้สึกกระหายอยากดื่มน้ำมากๆ แต่มีคนมาเรียกไปทำให้ต้องลุกไปเสียก่อนทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ดื่มน้ำให้ชุ่มชื่นใจ ความปรารถนาอันแรงกล้าที่อยากจะดื่มน้ำจะยังคงหลงเหลืออยู่ที่เก้าอี้ตัวนั้น เมื่อมีคนเดินมานั่งที่เก้าอี้ตัวนั้นก็จะเกิดความรู้สึกกระหาย และอยากดื่มน้ำเป็นอันมากเช่นเดียวกัน ซึ่งสามารถอธิบายปรากฏการณ์โค้งร้อยศพได้ว่า ขณะที่ผู้ประสบอุบัติเหตุกำลังอยู่ในอารมณ์ที่ตกใจ และทุรนทุรายนั้น ความรู้สึกอันแรงกล้าเฮือกสุดท้ายยังคงหลงเหลืออยู่ ณ บริเวณนั้น ดังนั้น เมื่อมีผู้ที่ผ่านมาหลังจากนั้นก็จะรับเอาความคำนึงอันแรงกล้าของผู้ตายมา ทำให้เกิดประสบอุบัติเหตุเช่นเดียวกัน


นางตะเคียน วิญญาณเฮี้ยนในต้นไม้ใหญ่


นางตะเคียน
 เป็นผี ตามตำนานพื้นบ้านของไทย เป็นผีผู้หญิง สิงสถิตอยู่ในต้นตะเคียน


บริเวณผืนป่าที่ผีนางตะเคียนสิงสู่อยู่จะสะอาดสะอ้านเหมือนมีคนมาปัดกวาดอยู่เสมอๆ ก็คงเหมือนกับคนอยู่บ้านต้องออกมาปัดกวาดหน้าบ้านตัวเองให้สะอาดอยู่ตลอดเวลานั่นเอง


นางตะเคียนมักมีรูปร่างหน้าตาสะสวย หมดจดงดงาม ผมยาว ห่มสไบ ใส่ผ้าถุง บางที่ก็ว่าแต่งตัวเหมือนสาวบ้านป่าทั่วๆ ไป ผีนางตะเคียนมักจะเป็นจำพวกหวงที่อยู่ และจะดุร้ายมากหากใครคิดจะรุกรานที่อยู่ของ
ตน


เนื่องจากต้นตะเคียน มีผีนางตะเคียนสิงสู่อยู่ การจะนำเอาต้นตะเคียนมาขุดเป็นเรือ (เรือสมัยก่อนใช้วิธีขุดขึ้นจากต้นไม้ทั้งต้น) หรือนำไม้ตะเคียนมาสร้างบ้าน จำเป็นจะต้องทำพิธีบวงสรวงขออนุญาตจากนางตะเคียนก่อน ทั้งนี้ เมื่อต้นตะเคียนที่ถูกนำมาแปรสภาพเป็นยานพาหนะ หรือสิ่งปลูกสร้างแล้ว นางตะเคียนที่สิงสถิตอยู่ในต้นตะเคียนนั้นก็จะเปลี่ยนแปลงสถานะตามไปด้วย เช่น ถ้าเป็นเรือ นางตะเคียนก็จะกลายเป็นแม่ย่านางเรือ เป็นต้น


แม่นาคพระโขนง ตำนานรักอมตะ


แม่นาค 
ขณะนั้น มีผัวหนุ่มเมียสาวคู่หนึ่ง อาศัยอยู่กินด้วยกันที่ย่านพระโขนง ฝ่ายสามีชื่อนายมาก ส่วนภรรยาชื่อนางนาค ทั้งสองอยู่กินกันจนนางนาคตั้งครรภ์อ่อน ๆ นายมากก็มีเหตุจำเป็นให้ต้องไปเป็นทหารประจำการณ์ที่บางกอกตามหมายเรียก นางนาคจึงต้องอยู่เพียงคนเดียวตามลำพัง


ยิ่งนานวัน ท้องของนางนาคก็ยิ่งโตขึ้นเรื่อยๆ จนครบกำหนดคลอด หมอตำแยก็มาทำคลอดให้ ทว่าลูกของนางนาคไม่ยอมกลับหัว และคลอดออกมาตามธรรมชาติ ยังผลให้นางนาคเจ็บปวดเป็นยิ่งนัก และในที่สุดนางนาคก็ทานความเจ็บปวดไว้ไม่ไหว สิ้นใจไปพร้อมกับลูกในท้อง กลายเป็นผีตายทั้งกลม


หลังจากนั้น ศพของนางนาคได้ถูกนำไปฝังไว้ยังป่าช้าท้ายวัดมหาบุศย์ ส่วนนายมากเมื่อปลดประจำการก็กลับจากบางกอกมายังพระโขนงโดยที่ยังไม่ทราบความว่าเมียของตัวได้หาชีวิตไม่แล้ว นายมากกลับมาถึงในเวลาเข้าไต้เข้าไฟพอดี จึงไม่ได้พบชาวบ้านเลย เนื่องจากบริเวณบ้านของนางนาค หลังจากที่นางนาคตายไปก็ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เพราะกลัวผีนางนาคซึ่งต่างก็เชื่อกันว่าวิญญาณของผีตายทั้งกลมนั้นเฮี้ยน และมีความดุร้ายเป็นยิ่งนัก


ครั้นเมื่อนายมากกลับมาอยู่ที่บ้าน นางนาคก็คอยพยายามรั้งนายมากให้อยู่ที่บ้านตลอดเวลา ไม่ให้ออกไปพบใคร เพราะเกรงว่านายมากจะรู้ความจริงจากชาวบ้าน นายมากก็เชื่อเมีย เพราะรักเมีย ไม่ว่าใครที่มาพบเจอนายมากจะบอกนายมากอย่างไร นายมากก็ไม่เชื่อว่าเมียตัวเองตายไปแล้ว จนวันหนึ่งขณะที่นางนาคตำน้ำพริกอยู่บนบ้าน นางนาคทำมะนาวตกลงไปใต้ถุนบ้าน ด้วยความรีบร้อน นางจึงเอื้อมมือยาวลงมาจากร่องบนพื้นเรือนเพื่อเก็บมะนาวที่อยู่ใต้ถุนบ้าน นายมากขณะนั้น บังเอิญผ่านมาเห็นพอดี จึงปักใจเชื่ออย่างเต็มร้อย ว่าเมียตัวเองเป็นผีตามที่ชาวบ้านว่ากัน


นายมากวางแผนหลบหนีผีนางนาค โดยการแอบเจาะตุ่มใส่น้ำให้รั่วแล้วเอาดินอุดไว้ ตกกลางคืนทำทีเป็นไปปลดทุกข์เบา แล้วแกะดินที่อุดตุ่มไว้ให้น้ำไหลออกเหมือนคนปลดทุกข์เบา จากนั้นจึงแอบหนีไป นางนาคเมื่อเห็นผิดสังเกตจึงออกมาดู ทำให้รู้ว่าตัวเองโดนหลอก จึงตามนายมากไปทันที นายมากเมื่อเห็นผีนางนาคตามมาจึงหนีเข้าไปหลบอยู่ในดงหนาด นางนาคไม่สามารถทำอะไรได้เพราะผีกลัวใบหนาด นายมากหนีไปพึ่งพระที่วัด นางนาคไม่ลดละพยายาม ด้วยความที่เจ็บใจชาวบ้านที่คอยยุแยงตะแคงรั่วผัวตัวเองอีกประการหนึ่ง ทำให้นางนาคออกอาละวาดหลอกหลอนชาวบ้านจนหวาดกลัวกันไปทั้งบาง ซึ่งความเฮี้ยนของนางนาค ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่ถูกฝังไว้ระหว่างต้นตะเคียนคู่นั่นเอง ในที่สุด นางนาคก็ถูกหมอผีฝีมือดีจับใส่หม้อถ่วงน้ำ จึงสงบไปได้พักใหญ่


จนกระทั่งตายายคู่หนึ่งที่ไม่รู้เรื่องเพิ่งย้ายมาอยู่ใหม่ เก็บหม้อที่ถ่วงนางนาคได้ขณะทอดแหจับปลา นางนาคจึงถูกปลดปล่อยออกมาอีกครั้ง แต่สุดท้ายก็ถูกสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) สยบลงได้ กะโหลกศีรษะส่วนหน้าผากของนางนาคถูกเคาะออกมาทำปั้นเหน่ง (หัวเข็มขัดโบราณ) เพื่อเป็นการสะกดวิญญาณ และนำนางนาคสู่สุคติ หลังจากนั้น ปั้นเหน่งชิ้นนั้นก็ตกทอดไปยังเจ้าของอื่นๆ อีกหลายมือ ตำนานรักของนางนาค นับเป็นตำนานรักอีกเรื่องหนึ่งที่ประทับใจผู้ฟังอย่างมิรู้คลาย กับความรักที่มั่นคงของนางนาคที่มีต่อสามี แม้แต่ความตายก็มิอาจพรากหัวใจรักของนางไปได้


ศาลแม่นาคพระโขนง


กุมารทอง ภูติน้อยคะนองฤทธิ์


กุมารทอง 
เป็นความเชื่อทางไสยศาสตร์ของไทยเกี่ยวกับจิตวิญญาณ ที่มาของกุมารทองมาจากการเลี้ยงภูติผีปีศาจไว้ใช้งาน โดยกุมารทองจะเป็นวิญญาณของเด็กผู้ชาย หากเป็นวิญญาณผู้หญิงที่คนเลี้ยงไว้จะเรียกว่า “โหงพราย”


กุมารทองนั้นแรกเริ่มเดิมทีมาจากวิญญาณของเด็กที่ตายในท้องแม่หรือที่เรียกว่าตายทั้งกลม ผู้มีวิชาอาคมจะไปนำพาวิญญาณเด็กนั้นมาเลี้ยงไว้เป็นลูก จากหลักฐานที่พบในเอกสารโบราณระบุถึงการทำกุมารทองสรุปว่า ต้องหาศพที่ตายทั้งกลม แล้วประกอบพิธีกรรมผ่าเอาศพทารกในท้องนั้นมาย่างไฟให้แห้งสนิทก่อนรุ่งอรุณ แล้วจึงลงรักปิดทองให้ทั่ว ด้วยเหตุนี้จึงเรียกว่ากุมารทอง ต่อมาสภาพสังคมและวัฒนธรรมพัฒนาไปมากขึ้น ทำให้ไม่สามารถสร้างกุมารทองจากศพทารกจริง ๆ ได้ จึงได้มีการดัดแปลงกรรมวิธีการสร้างกุมารทองขึ้น โดยใช้ดินเจ็ดป่าช้าบ้าง ไม้รักซ้อนหรือไม้มะยมบ้าง ไปจนถึงโลหะ มาสร้างเป็นรูปกุมาร แล้วปลุกเสกตั้งจิต ตั้งธาตุทั้ง 4 และเรียกอาการสามสิบสองให้บังเกิดเป็นจิตวิญญาณของเด็กขึ้นมา



กุมารทองปัจจุบันนิยมสร้างเป็นรูปเด็ก ลักษณะเป็นเด็กไว้จุก นุ่งโจงกระเบนอย่างโบราณ กลายเป็นเครื่องรางของขลัง เชื่อกันว่าเสมือนมีวิญญาณเด็กอยู่ในรูปกุมารนั้น ผู้บูชาต้องเลี้ยงดูเหมือนลูกของตน ต้องให้ข้าวน้ำเซ่นสรวงและต้องเรียกให้กินข้าวด้วย กล่าวกันว่าหากปฏิบัติดูแลดีกุมารทองก็จะช่วยค้ำคูณ อาทิ ช่วยคุ้มครองป้องกันเจ้าของและครอบครัวจากสิ่งไม่ดีทั้งหลาย ช่วยให้ทำมาค้าขึ้น ไปจนถึงเตือนภัยล่วงหน้าอีกด้วย และจะคอยติดตามเฝ้าระวังบ้านเรือนจากโจรผู้ร้ายและศัตรูไม่ให้มากล้ำกราย ปัจจุบันผู้บูชานิยมไหว้ด้วยน้ำแดง เรื่องราวของกุมารทองถูกกล่าวถึงใน วรรณคดีไทย เช่น ขุนช้างขุนแผน บ้างก็นับลูกกรอก เป็นกุมารทองด้วย


เครื่องรางอีกประเภทหนึ่งที่คล้ายกันคือรักยม ทั้งกุมารทองและรักยมปัจจุบันยังมีผู้นิยมบูชากันอยู่ไม่น้อยในสังคมไทย

 

ที่มา : http://www.tumnandd.com

ผู้สืบค้น : natnitee109

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s