เพิ่มเกรดมัธยมฉบับโกอินเตอร์

Standard
สวัสดีค่ะน้องๆ ชาว Dek-D.com ปกติแล้วบทความเคล็ดลับการเรียน พี่มิ้นท์จะดึงเอาประสบการณ์ต่างๆ ทั้งจากของตัวเองเมื่อสมัยเรียนนู้นนนนน หรือไม่ก็เทคนิคที่ไปเจอมามาบอกต่อน้องๆ  
แต่วันนี้พิเศษมากๆ เพราะพี่มิ้นท์ได้ลองเข้าเว็บไซต์ปรึกษาปัญหาของวัยรุ่นเมืองนอก แล้วก็เห็นสัจธรรมอย่างนึงว่าเด็กทั่วโลกก็มีปัญหาเรื่องการเรียนเหมือนกัน ทั้งปัญหาการบ้านที่มากขึ้นเรื่อยๆ เจอวิชายากขึ้นจนหัวจะเบิด ไปจนถึงการสอบที่ดุเดือดเหมือนสนามรบ!! นี่คือส่วนที่เหมือน แต่ส่วนที่ต่างต้องยกให้เทคนิคการพัฒนาตัวเอง ที่ของเค้าแลดูยิ่งใหญ่กว่าของเมืองไทยมาก เพราะเค้าลงไปถึงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่บ้านเราไม่ค่อยนึกถึงค่ะ (หรือนึกถึงแต่ไม่ค่อยทำ)
เทคนิคที่ว่า จะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ เทคนิคที่เริ่มต้นจากบ้านของตัวเอง  เทคนิคที่เริ่มต้นจากที่โรงเรียนและเทคนิคที่ได้มาจากสื่อออนไลน์ จะเห็นได้ว่าสื่อออนไลน์ตอนนี้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตแล้ว เช้าต้องเจอ เย็นต้องเจอ แต่อยู่ที่ว่าเราจะใช้ให้เกิดประโยชน์มากแค่ไหน เอาล่ะอย่ารอช้า ไปดูกันเลยดีกว่าว่ามีข้อไหนที่น้องๆ จะเอามาพัฒนาและเพิ่มเกรดตัวเองได้บ้าง At Home  
1. ถ้าเป็นไปได้ หาเวลานั่งคุยกับพ่อแม่ดูบ้าง เล่าเรื่องการเรียน หรือสิ่งที่เจอในแต่ละวัน การบ้านเยอะ การบ้านยาก เรียนไม่รู้เรื่อง เล่าให้ท่านฟังเลย พ่อแม่จะไม่สามารถช่วยเราได้เลยถ้าเค้าไม่รู้ว่าเรามีปัญหาอะไร ซึ่งถ้าลองมานึกดูอีกที ครอบครัวที่พ่อแม่ลูกสนิทกันมากๆ เรื่องเรียนจะไม่ค่อยมีปัญหานะคะ
2. สร้างบรรยากาศที่ดีในการอ่านหนังสือ อ่านจะเปิดเพลงคลอเบาๆ ระหว่างการอ่านหนังสือ จะช่วยให้มีสมาธิมากขึ้น หรือจุดเทียน-เปิดไฟ ให้มีความสว่างที่เหมาะสม สีของไฟที่แนะนำ คือ แสงสีเหลืองหรือสีที่สบายตา ดูมีความหวัง เช่น สีส้มอ่อนๆ
3. ห้ามอ่านหนังสือที่เตียง ควรจะนั่งอ่านที่โต๊ะ เพื่อสะดวกในการเขียน เพราะถ้าไปอ่านหนังสือหรือทำการบ้านที่เตียง เวลาจะเขียนทีนึงก็ก้มโค้งสุดตัวเพื่อมาเขียน วันรุ่งขึ้นหลังน็อคแน่ๆ หรือไม่ก็ต้องนอนคว่ำเขียน ซึ่งแบบหลังนี้เดาว่าเขียนเสร็จหน้าทิ่มสมุด ตื่นมาอีกทีตอนเช้าแน่นอน
น้องๆ อาจจะสงสัยว่าถ้าไม่ใช่โต๊ะ พอจะเป็นที่อื่นได้มั้ย? ได้ค่ะ แต่ต้องเป็นที่ที่ทำให้เราอะเลิธคึกคักอยู่เสมอ เอาจริงๆ พี่มิ้นท์ว่าก็ได้ทุกที่ ยกเว้นเตียงนอน โซฟานั่นแหละค่ะ^^
4. กำหนดเวลาสำหรับทำการบ้านไว้ในตารางชีวิตไปเลย วิธีนี้ก็คือการแบ่งเวลาสำหรับทำการบ้านอ่านหนังสือนั่นเอง จะเป็นช่วงหลังเลิกเรียนหรือก่อนนอนก็ได้ แต่ควรทำสม่ำเสมอทุกวันนะคะ รับรองว่าถ้าทำได้เกรดพุ่งแน่นอน
           5. พกขนมเบาๆ ประเภทผลไม้แห้ง แครกเกอร์ หรือแสน็คต่างๆ ไว้กินเวลาอ่านหนังสือนานๆ หรือต้องทำโปรเจคท์ยักษ์ๆ เป็นการเติมพลังให้สมอง และคลายเครียดไปในตัวค่ะ
6. หาเพื่อนสนิทหรือพาร์ทเนอร์ในห้องเรียน หรือจะเรียกว่า พาร์ทเนอร์ บัดดี้ หรือคู่ขา(ไม่ใช่ละ) ก็ว่ากันไป ไว้สำหรับปรึกษาเรื่องการเรียน หรือถามการบ้านเวลาเราไม่ได้ไปโรงเรียน วิธีนี้พี่มิ้นท์คอนเฟิร์มว่าได้ผลค่ะ เพื่อนที่ดีต้องช่วยกันเรียนนะ
7. กลับมาบ้านใช้เวลาว่างๆ จดโน้ตย่อจากเลคเชอร์ที่เราจด(แล้วอ่านไม่ออก) หรือ แกะเทปที่เราบันทึกไว้ตอนอาจารย์สอน การแกะเทปหรือจดโน้ตย่อซ้ำอีกทีจะช่วยเพิ่มการจดจำในสมองได้เพิ่มขึ้นด้วย At School 
1. หมั่นเข้าหาอาจารย์แนะแนวบ้าง อาจารย์แนะแนวไม่ได้มีหน้าที่แค่แนะแนวในวิชาเท่านั้น ว่างๆ ลองเข้าไปขอคำปรึกษาได้ ทั้งเรื่องเรียนในห้อง หรือไปปรึกษาก็ได้ว่าโตขึ้นเราจะเรียนอะไรดี พวกท่านช่วยเราได้จริงๆ ค่ะ
2. ในแต่ละเทอมที่มีคาบว่าง ให้ไปห้องสมุดบ้าง ไปหาข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องที่เรียน หรือทำรายงานด้วยตัวเองบ้าง ดีกว่าการไปหาข้อมูลจากเน็ตเพียงอย่างเดียว หรือไม่ก็ใช้เวลาไปหาอาจารย์ในวิชาที่เราเรียนไม่รู้เรื่อง
          3. ทำลิสรายชื่ออาจารย์และชั่วโมงว่างของอาจารย์แต่ละท่าน เพื่อความสะดวกในการติดต่อเรื่องต่างๆ หรือจดบันทึกชั่วโมงสอนของอาจารย์ และถ้าเป็นไปได้ก็ขอเข้าไปนั่งเรียนในวิชาที่ยังไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่ (แต่สำหรับเมืองไทยไม่ค่อยแน่ใจว่าทำได้หรือเปล่า)
4. หาติวเตอร์มาสอนในวิชาที่เราไม่รู้เรื่อง ไม่ถนัด แล้วตรงไหนที่ไม่เข้าใจเป็นพิเศษก็บอกไป เค้าจะได้ช่วยเราได้อย่างตรงจุด   Online หาโปรแกรมหรือซอฟท์แวร์ที่สามารถช่วยน้องๆ ได้ เช่น พวกโปรแกรมคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ หาได้จากห้องสมุดโรงเรียนหรือตามติวเตอร์ ซึ่งสื่อหรือโปรแกรมออนไลน์จะช่วยทบทวนสิ่งที่เราเรียนมา แล้วก็เสริมเรื่องอื่นๆ ให้เราด้วยเย้ๆๆ ครบแล้วเทคนิคเริ่มต้นทั้ง 3 กลุ่ม ถ้าเป็นเคล็ดลับเพิ่มเกรดแบบปกติมักจะโฟกัสอยู่แค่ตัวเอง คือ เน้นให้เราอ่านหนังสือ ทำแบบฝึกหัด แต่มองแบบเมืองนอกเค้าพยายามโยงเราเข้ากับสภาพแวดล้อมรอบๆ ด้วย ซึ่งพฤติกรรมแต่ละอย่างก็เป็นไอเดียที่ดีทีเดียว โดยเฉพาะการเช็คตารางเวลาของอาจารย์แต่ละท่านไว้สำหรับหาโอกาสไปปรึกษา รวมไปถึงการหาโปรแกรมออนไลน์มาช่วยฝึกทักษะของเราที่บ้านด้วย ดีกว่าการเปิดคอมเอาแต่เล่นอินเทอร์เน็ตไปวันๆ นะคะ    อีกหนึ่งอย่างที่พี่มิ้นท์รู้สึกได้ คือ เค้าพยายามเน้นที่ตัวน้องๆ ให้เป็นศูนย์กลางในการเรียนรู้ อาจารย์ไม่ต้องบอกหรือสอนทุกอย่าง แต่เราควรเข้าห้องสมุด ไปตามแหล่งข้อมูลเองบ้าง ค้นคว้าเองบ้าง มองหาจุดเด่นจุดด้อยของตัวเอง แล้วหาวิธีแก้ที่เหมาะสมที่สุด…. สุดยอดจริงๆ น้องๆ เห็นด้วยมั้ยคะ^^ และถ้าน้องๆ อยากเพอร์เฟคด้านการเรียนบ้างล่ะก็ อย่าลืมเอาเคล็ดลับทั้งหมดที่ได้ในวันนี้ไปลองใช้กันดูน้า…ที่มา : http://www.dek-d.com

สืบค้นโดย : natnitee 109

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s